RSS

ไม้ประดับดูดสารพิษ

คริสต์มาส

Poinsettia

คริสต์มาสเป็นพืชที่อยู่ในตระกูลเดียวกับโกสนและโป๊ยเซียน ที่ได้ชื่อเรียกว่า คริสต์มาส เพราะใบอ่อนด้านบนของต้นจะมีสีแดงสดในช่วงปลายปีถึงต้นปี ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศหนาวเย็น ประเทศตะวันตกมีการเฉลิมฉลองในเทศกาลคริสต์มาสจึงมีการนำเอาต้นไม้ชนิดนี้มาตกแต่งสถานที่ให้เข้ากับเทศกาล

ความโดดเด่นของต้นคริสต์มาสอยู่ที่ใบด้านบนมีสีแดงสด ส่วนใบล่างมีสีเขียว ใบเป็นหยัก 3-4 หยัก เป็นไม้ทรงพุ่มขนาดกลางสูงได้ถึง 3 เมตร แตกกิ่งค่อนข้างชี้ตั้งขึ้นเป็นพุ่มแน่น ลำต้นอ่อนมีสีเขียวเมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาล ดอกออกเป็นช่อที่บริเวณปลายยอดมีสีแดง ช่อดอกล้อมรอบด้วยใบประดับรูปใบหอกมีหลายสี เช่น เหลือง ส้ม แดง ซึ่งอันที่จริงดอกที่เราเห็นอยู่นั้นก็คือใบประดับที่เปลี่ยนจากสีเขียวมาเป็นสีต่างๆ นั้นเอง

ต้นคริสต์มาสสามารถขึ้นได้ดีในอากาศบ้านเรา เมื่อต้นยังเล็กสามารถนำมาปลูกลงกระถางเพื่อใช้ประดับได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร เมื่อหมดเทศกาลคริสต์มาสนำปลูกลงดิน ก็จะเติบโตเป็นไม้พุ่มและยังคงมีใบสีแดงแต่อาจไม่สวยงามเท่ากับการปลูกในกระถาง ประสิทธิภาพในการขจัดสารพิษในอากาศอยู่ในระดับน้อยถึงปานกลาง

ชื่อวิทยาศาสตร์ Euphorbia pulcherima
วงศ์ EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด อเมริกาใต้ แถบเม็กซิโกและกัวเตมาลา
แสงแดด แสงแดดกึ่งร่ม
อุณหภูมิ 16–20 องศาเซลเซียส
ความชื้น ต้องการความชื้นปานกลาง
น้ำ ต้องการปริมาณน้ำปานกลาง
การดูแล เป็นพรรณไม้ที่ปลูกที่แสงแดดกึ่งร่ม ปลูกเป็นไม้ประดับได้ทั้งกลางแจ้งและปลูกเป็นไม้กระถางภายในอาคาร ชอบน้ำปานกลาง ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักรอบๆ โคนต้นเดือนละครั้ง
การปลูก เป็นพรรณไม้ที่ปลูกได้ดีในดินร่วนซุย ส่วนผสมของดินใช้ ดินร่วน 2 ส่วน ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก 1 ส่วน เศษใบไม้ผุ 1 ส่วน
การขยายพันธุ์ ขยายพันธุ์โดยการตัดกิ่งปักชำ
อัตราการคายความชื้น ปานกลาง
อัตราการดูดสารพิษ น้อย

ปาล์มสิบสองปันนา

Pygmy Date Palm

ปาล์มสิบสองปันนาเป็นพรรณไม้ตระกูลปาล์มมีลำต้นเดี่ยว สูงประมาณ 1.5-2 เมตร ส่วนยอดของลำต้นมีกาบใบแตกออกมา ใบสีเขียวเข้ม มีลักษณะเป็นรูปขนนกแผ่โค้งออกรอบต้น ทำให้ดูสวยงาม โดยเมื่อปลูกเดี่ยวปล่อยให้มีพื้นที่ว่างรอบๆ ต้น ปาล์มสิบสองปันนาจะแผ่กิ่งก้านใบออกอย่างเสรีดูสวยและสง่างาม

ปาล์มสิบสองปันนาเป็นไม้กลางแจ้งที่ทนต่อแสงแดดได้ตลอดวัน ต้องการน้ำและความชื้นในระดับปานกลาง แต่ก็สามารถเจริญเติบโตได้แม้มีแสงแดดน้อยและน้ำน้อย จึงสามารถนำมาปลูกเป็นไม้ประดับภายในอาคารได้

ปาล์มสิบสองปันนาเหมือนกับปาล์มชนิดอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติในการดูดสารพิษในอากาศภายในอาคารได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะสารไซรีน (xylene) และมีการคายความชื้นที่ดี จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะนำมาปลูกเป็นไม้ประดับภายในอาคารสำนักงาน

ชื่อวิทยาศาสตร์ Phoenix roebelenii
วงศ์ PALMAE
ถิ่นกำเนิด ภาคเหนือของไทยและประเทศในแถบอินโดจีน
แสงแดด กึ่งแดดถึงแดดจัด
อุณหภูมิ 18-24 องศาเซลเซียส
ความชื้น ต้องการความชื้นปานกลาง
น้ำ ต้องการน้ำปานกลาง
การดูแล ต้องการแสงแดด ต้องการน้ำและความชื้นในระดับปานกลาง ดินที่ปลูกควรมีการระบายน้ำที่ดี ทนต่อแมลงได้ดี
การปลูก ชอบดินร่วนซุยที่มีอินทรีวัตถุ ใช้ดิน 1 ส่วน ทราย 2 ส่วน ปุ๋ยหมักและปุ๋ยคอก 1 ส่วน เศษใบไม้ผุ 1 ส่วน
การขยายพันธุ์ ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด
อัตราการคายความชื้น มาก
อัตราการดูดสารพิษ มาก
 

ประกายเงิน

Warneckei

ประกายเงิน เป็นพรรณไม้ที่ปลูกเป็นไม้ประดับภายในอาคารได้ดี เพราะปลูกง่ายและทนทาน ไม่ต้องการแสงแดดมาก สามารถเติบโตอยู่ในที่แดดรำไรหรือมีแสงน้อยได้ดี

ประกายเงินมีลักษณะลำต้นที่เป็นกอ ใบมีสีเขียวเข้ม มีลายสีขาวหรือสีเขียวอมเทาพาดตามแนวยาว ใบของต้นประกายเงินจะแคบเรียวยาว ปลายแหลม ออกใบอยู่รอบลำต้น กาบใบหุ้มรอบลำต้น ใบอ่อนจะแตกตรงส่วนยอดของลำต้น ถ้าปลูกกลางแจ้ง สามารถสูงได้ถึง 5 เมตร ถ้าปลูกภายในอาคารจะสูงประมาณ 3 เมตร

ประกายเงิน เป็นพืชที่เลี้ยงง่าย ปลูกได้ทั้งที่กลางแจ้งและในที่ร่ม แสงแดดรำไร สามารถเจริญเติบโตได้แม้มีแสงน้อยและความชื้นน้อย และที่สำคัญประกายเงินมีความสามารถในการดูดสารพิษจำพวกเบนซินได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นไม้ประดับที่แนะนำให้ปลูกภายในอาคารเพื่อดูดสารพิษ

ชื่อวิทยาศาสตร์ Dracaena deremensis
วงศ์ LILIACEAE
ถิ่นกำเนิด แอฟริกา
แสงแดด แดดรำไรถึงแดดจัด
อุณหภูมิ 16–24 องศาเซลเซียส
ความชื้น ต้องการความชื้นมาก
น้ำ ต้องการน้ำมาก
การดูแล สามารถปลูกได้ทั้งที่ที่มีแสงแดดจ้า หรือที่ร่มที่มีแดดรำไร ต้องการน้ำมาก แต่ไม่แฉะและต้องการความชุ่มชื้นตลอดเวลา หมั่นใช้ผ้าเปียกหมาดเช็ดใบ ใบจะมันเป็นเงาสวยงาม ควรใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกใส่เป็นประจำเดือนละครั้ง
การปลูก ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำยอดหรือส่วนของลำต้น ชอบดินร่วนซุย ใช้ดินร่วน 2 ส่วน เศษใบไม้ผุ 1 ส่วน ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก 1 ส่วน
การขยายพันธุ์ ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำยอดหรือส่วนของลำต้น
อัตราการคายความชื้น มาก
อัตราการดูดสารพิษ ปานกลาง

กุหลาบหิน

Kalanchoe

กุหลาบหินเป็นไม้ประดับกระถางที่ปลูกง่าย ปลูกได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร แต่เจริญเติบโตได้ดีเมื่ออยู่กลางแจ้งเพราะเป็นพืชที่ชอบแดด จุดเด่นของกุหลาบหินอยู่ที่ดอกมีสีสันจัดจ้านสวยงาม

กุหลาบหินเป็นไม้อวบน้ำอายุหลายปี มีพุ่มเตี้ยสูงประมาณ 30-40 เซนติเมตร ใบเดี่ยวสีเขียว ค่อนข้างกลม ปลายมน ขอบใบหยักเป็นมน ออกเวียนสลับซ้อนๆ กันคล้ายกุหลาบแต่ไม่อ่อนช้อยจึงได้ชื่อว่ากุหลาบหิน ออกดอกเป็นช่อ ช่อดอกชูสูงเหนือพุ่มใบ เป็นดอกย่อยขนาดเล็กๆ จำนวนมาก ดอกมีสี ต่างๆ เช่น ชมพู ส้ม เหลือง ฯลฯ

กุหลาบหินเป็นพืชที่เลี้ยงง่าย แตกหน่อไว ถ้าขยันแยกหน่อกุหลาบหินจะเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น อย่างไรก็ตามกุหลาบหินเป็นไม้ประดับที่น่าสนใจที่รูปทรงดูสวยแปลกตาแตกต่างจากไม้ชนิดอื่น ถึงแม้จะมีความสามารถในการดูดสารพิษได้น้อยก็ตาม

ชื่อวิทยาศาสตร์ Kalanchoe Blossfeldiana
วงศ์ CRASSULACEAE
ถิ่นกำเนิด มาดากาสการ์
แสงแดด แดดจัด
อุณหภูมิ 18-24 องศาเซลเซียส
ความชื้น ต้องการความชื้นปานกลาง
น้ำ ต้องการน้ำปานกลาง
การดูแล กุหลาบหินจะออกดอกในช่วงฤดูหนาว ดอกจะทยอยบานนาน 2-3 เดือน แม้ดอกจะเล็กแต่สีสันสะดุดตามาก กุหลาบหินถ้าปลูกในร่มใบจะเขียวเข้มและไม่ค่อยออกดอกเพราะชอบแดดจัด จึงควรตั้งไว้ในที่แสงอย่างเพียงพอหรือแสงแดดส่องถึง ให้น้ำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ก็เพียงพอ ใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกละลายน้ำรดในช่วงที่กำลังออกดอก
การปลูก เป็นพันธุ์ไม้ที่ปลูกในที่แสงแดดจัด ปลูกเป็นไม้ประดับได้ทั้งกลางแจ้งและปลูกเป็นไม้กระถางภายในอาคาร กุหลาบหินปลูกได้ในดินเกือบทุกชนิด แต่ปลูกได้ดีในดินร่วนปนทราย ส่วนผสมดินร่วน 2 ส่วน ทรายหยาบ 1 ส่วน ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก 1 ส่วน
การขยายพันธุ์ ขยายพันธุ์โดยการปักชำยอดหรือปักชำใบหรือเพาะเมล็ด
อัตราการคายความชื้น น้อย
อัตราการดูดสารพิษ น้อย

วาสนาอธิษฐาน

Cornstalk Plant

ความจริงแล้ว วาสนาอธิษฐาน เป็นไม้ที่มีขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 5–6 เมตร ชอบแสงแดดจัด แต่ก็เป็นที่นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับภายในอาคาร เนื่องจากรูปทรงที่สวยแปลกตาและคงทนอยู่ได้แม้ในที่มีแสงสว่างน้อย วาสนาอธิษฐานมีลำต้นตั้งตรง มีสีน้ำตาลอ่อน ใบแตกจากหน่อที่ปลายลำต้น เป็นใบเดี่ยวลักษณะเรียวยาว ปลายแหลมโคนสอบเข้าหาใบซึ่งเป็นกาบติดกับลำต้น พื้นใบมีสีเขียวมีลายสีเหลืองพาดกลางไปตามความยาวของใบ ใบอ่อนจะแตกตรงส่วนยอดของต้น ดอกออกเป็นช่อสีเหลือง กลิ่นหอมส่งกลิ่นไปได้ไกล นิยมนำลำต้นของวาสนาอธิษฐานมาตัดเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ 6–8 นิ้วแล้วตั้งในถาดตื้นที่หล่อน้ำไว้ แล้วนำไปตั้งประดับดูสวยงาม

วาสนาอธิษฐาน เป็นไม้ประดับอีกชนิดหนึ่งที่ดูดสารพิษภายในอาคารจำพวก ฟอร์มาดีไฮด์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ชื่อวิทยาศาสตร์ Dracaena Fragrans Massangeana
วงศ์ AGAVACEAE
ถิ่นกำเนิด เอธิโอเปีย ไนจีเรีย กินี
แสงแดด แดดจัด
อุณหภูมิ 18–24 องศาเซลเซียส
ความชื้น ต้องการความชื้นสูง
น้ำ ต้องการน้ำมาก
การดูแล เป็นพืชที่ชอบแดดจัดแต่ก็อยู่ในที่ร่มรำไรได้ ควรหมั่นรดน้ำ เพื่อให้ดินชุ่มน้ำอยู่เสมอแต่อย่าให้แฉะ ใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกละลายน้ำรดเดือนละครั้ง หมั่นทำความสะอาดใบ โดยใช้ผ้าเช็ดก็จะดี ช่วยป้องกันแมลงจำพวกเพลี้ยได้
การปลูก ขึ้นได้ในดินทุกชนิด ส่วนผสมของดินใช้ดินร่วน 2 ส่วน ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยคอก 1 ส่วน เศษใบไม้ผุ 1 ส่วน
การขยายพันธุ์ โดยใช้ปักชำยอดหรือลำต้น หรือตัดลำต้นเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ 6–8 นิ้ว ตั้งใส่ถาดตื้นๆ หล่อน้ำไว้จนแตกหน่อแตกใบ
อัตราการคายความชื้น ปานกลางถึงมาก
อัตราการดูดสารพิษ มาก

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: